JC457 Wisdom of crowds
posted on 15 Jul 2009 00:27 by nonaeyah
แม้ว่าตามทฤษฎี Wisdom of crowds จะมีเงื่อนไข 4 เงื่อนไขเกิดขึ้นครบแล้ว แต่ว่าทำไมในบางสถานการณ์ ยังไม่สามารถใช้ทฤษฎีนี้ได้ ตามที่ได้ไปอ่านและรวบรวมควาทคิดมาการที่จะใช้ทฤษฎี Wisdom of crowds ได้นั้นอาจขาดปัจจัยทางสังคมบางประการที่จะต้องเพิ่มเข้ามาเพื่อที่จะทำให้ทฤษฎีนี้สามารถใช้ได้กับการเลือกตั้งในประเทศไทยได้บ้าง คือ
การได้รับสื่อด้านเดียวและการที่เทคโนโลยีกระจายไม่ครอบคลุม
ประเทศไทยในหลายๆพื้นที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาทางด้าน internet ซึ่งจะเป็นตัวที่ทำลายแส้นการแบ่งชนชั้น การแบ่งทางความคิดออก เมื่อประชาชนที่อยู่ตามต่างจังหวัด หรือพื้นที่เดียวกันที่ไม่สามารถเข้าถึงสื่อหลากหลายได้ ก็จะทำให้ขาดข้อมูลจากสื่อนี้ ซึ่งเป็นสื่อที่ประชาชนหลายๆคนในประเทศเดียวกัน มาแชร์ความรู้ ความคิดซึ่งกันและกัน ดังนั้นด้วยความที่ประเทศไทยยังไม่เกิดความเท่าเทียทางด้านการศึกษาและเทคโนโลยียังไม่กระจายทั่วถึง ทำให้ประชาชนในบางพื้นที่ได้รับสื่อเพียงด้านเดียว ทั้งๆที่ประชาชนในอีกหลายพื้นที่สามารถเข้าถึง internet ซึ่งมีการแชร์ข้อมูลความคิดต่างๆกันไว้แล้ว เมื่อเกิดการเลือกตั้งจึงทำให้ได้สัดส่วนที่ไม่เท่ากัน คือ บางพื้นที่ที่ได้รับสื่อทางด้านเดียวเหมือนกันจะเลือกคนคนเดียวกันเพียงคนเดียว เนื่องจากว่าได้รับข้อมูลทางด้านดีของคนที่ตนจะเลือกหรือได้รับข้อมูลด้านเสียของฝ่ายตรงข้าม ทำให้เหลือเลือกคนดีเพียงคนเดียวกันทั้งพื้นที่ และขณะเดียวกันอีกหลายๆพื้นที่ที่สามารถเข้าถึง internet จะได้รับข้อมูลหลายด้านมากกว่าทำให้ต่างคนได้มีความคิดเป็นของตัวเอง มีสิทธิ์ทางเลือกที่จตัดสินใจเลือกใครคนใดคนเหนึ่งได้ ผลการเลือกตั้งในพื้นที่นั้นๆจึงกระจายเป็นหลายฝ่าย และบางครั้งสำหรับพื้นที่ที่การศึกษาไม่กระจายเข้าถึง เมื่อมีการเลือกตั้ง ตัวบุคคลที่ลงไปหาเสียง จะเป็นอีกอีกสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำ หรือสร้างประเด็นมาให้ชาวบ้านได้รับรู้ และเกิดการแบ่งแยกและความเชื่อมั่นในตัวบุคคลตามมา จะเห็นได้ว่าถ้าประชาชนได้รับสื่อหลายช่องทาง เขาก็จะมีสิทธื เลือกที่จะเชื่อ และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าอะไรดีหรือไม่ดี ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจึงจะหลากหลายไม่กระจุกตัว อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้
คนในสังคมได้รับการศึกษาไม่เท่าเทียมกัน
การที่จะให้คนมีความคิดเห็นที่หลากหลายหรือสามารถโต้แย้งกับบุคคลอื่นๆได้ ทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกันเสียก่อน ไม่เช่นนั้น เมื่อมีใครมาพูดอะไรให้ฟัง คนที่ไม่มีความรู้เลย อาจเชื่อคล้อยตามไปได้ ด้วยเหตุว่าตนไม่มีความรู้พื้นฐานในด้านนั้นเลย ดังนั้นการเมืองไทย นักการเมืองจึงสามารถใช้เงินเพื่อชื้อเสียงของประชาชนได้ เพราะประชาชนที่ไม่ได้รับการศึกษา จะไม่รู้ว่าการกระทำเช่นนั้คือการกระทำที่ผิด เมื่อคนมีความรู้พื้นฐานที่เท่าเทียมกัน ก็จะสามารถโต้เถียง และเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงในชีวิตได้ อย่างน้อยทุกคนก็มีความรู้เหมือนๆกัน ไม่ถูกใครหลอกเอาได้ง่ายๆ เพราะต่างๆคนต่างต้องพิจารณาจากข้อมูลที่ได้เรียนรู้มาก่อนว่าเท็จจริงหรือมีเหตุผลเพียงใด พอที่จะทำให้เราเชื่อหรือสามารถพิสูจน์ได้
ความเชื่อมั่นในตัวของบุคคลที่มีความรู้
สังคมไทยยังมีความเชื่อมั่นในตัวของบุคคลอยู่ ให้เชื่อในตัวบุคคลที่มีความรู้ นั่นก็น่าจะสืบเนื่องมาจากการที่ประชาชนได้รับการศึกษาไม่เท่าเทียมกัน จึงมีการปลูกฝังให้คนที่ไม่ได้เรียนนั้นต้องเชื่อในตัวบุคคลที่มีความรู้มากกว่าอยู่ การที่เรามีความเชื่อมั่นในตัวของบุคคลคนใดบุคลคลหนึ่งอยู่ ไม่ว่าบุคคลที่เราเชื่อมั่นนั้นบอกให้ทำอะไร เราก็จะเชื่อ แม้ว่าทุกคนจะมีอิสระทางความคิดก็ตามแต่ข้อจำกัดอยู่ที่ว่าตัวเขาจะคิดว่าควรเชื่อผู้ที่มีความรู้มากกว่าดีกว่า และจะถูกครอบงำความคิดโดยผู้นำ ซึ่งก็สามารถชี้ให้เห็นถึงข้อเสียของตรงข้ามได้ และข้อเสียนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง คนทั่วไปในพื้นที่นั้นๆ สามารถพิสูจน์ได้
ดังนั้นถ้าทุกคนมีความรู้ที่เท่าเทียมกันในเบื้องต้น ก็จะทำให้แต่ละคนมีความคิดเป็นของตัวเองสามารถโต้แย้ง และแยกแยะความแตกต่างและเข้าใจความต่างแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นได้ และถ้าเทคโนโลยีเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ เข้าถึง internet ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลายช่องทางการที่จะเชื่อในตัวบุคคลหนึ่งๆ ก็จะหมดไป แต่จะมีการเชื่อ หรือรับฟังความคิดเห็นของประชาชนคนทั่วไปเหมือนกันมากขึ้น เพราะแต่ละคนนั้นตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกันได้ สามารถตรวจสอบความคิดของคนในพื้นที่อื่นๆได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องฟังความคิดของผู้นำ เพียงฝ่ายเดียว จะสามารถเห็นถึงปัญหาที่คนต่างพื้นที่พบได้และเข้าใจถึงปัญหาแต่ละพื้นที่ ก็อาจจะทำให้ทฤษฎี wisdom of crowds ใช้ได้มากขึ้น
และอีกอย่างที่ wisdom of crowds ใช้ไม่ได้ผล อย่างเช่นใน search engine บางเรื่องที่เราอยากรู้นั้นเมื่อ search ลงไปแล้ว เราก็มักจะกดเวปที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆก่อน ทำให้คนส่วนมากได้รับความรู้มาจากเวปเดียวกันเหมือนๆกัน แต่ว่าหน้าหลังๆหรือเวปท้ายๆที่คนไม่ค่อยได้กดไปถึง ก็มีความคิดเห็นของคนอื่นๆอยู่ด้วยเหมือนกัน แต่ว่าคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะกดเข้าไปอ่านหรือแสดงความคิดเห็น จึงทำให้ ความคิดของฝูงชนนั้นกระจุกตัวอยุ่ที่ความคิดเห็นแรกๆ แต่ความคิดที่อยุ่ท้ายๆจะถูกละเลยไป และไม่มีใครไปโต้แย้งหรือสนใจ ทำให้เจ้าของความรู้หรือความคิดเห็นที่อยู่ท้ายๆนั้นไม่รู้ว่าความคิดของตนถูกหรือไม่ หรือว่าคนอื่นๆคิดอย่างไรกับความคิดของเรา ก็จะหลายเป็นว่าไม่ได้รับฟังความคิดของผู้อื่น จึงเลือกที่จะเชื่อมั่นใจความคิดของตัวเองแทน เป็นต้น
ขอขอบคุณ
http://lib.blognone.com/Web2:_Politics
http://dear-dakanda.blogspot.com/
http://www.yanswersblogth.com/b4/?p=152
ที่ให้ความรู้มาเป็นแนวทางในการหาคำตอบค่ะ ^_^